กล่องไดคัทคืออะไร ต่างจากกล่องฝาชนอย่างไร และเหมาะกับงานแบบไหน
กล่องไดคัทคือกล่องกระดาษลูกฟูกที่ตัดและกดเส้นพับด้วยเพลทไดคัทในจังหวะเดียวทั้งแผ่น ใบมีดบนเพลทดัดตามแบบได้ทุกทิศ จึงทำเส้นโค้ง ลิ้นล็อก หน้าต่าง และรอยปรุได้ในขั้นตอนเดียว ส่วนกล่องฝาชนผ่านเครื่องตัดร่องที่ทำได้เฉพาะร่องและเส้นพับแนวตรง กล่องไดคัทจึงเหมาะกับงานที่รูปทรงมีหน้าที่จริง เช่นประกอบได้เองโดยไม่ต้องใช้เทป หรือเปิดวางโชว์บนชั้นได้ทันที
ราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มมีสองส่วน คือค่าเพลทไดคัทในการผลิตครั้งแรก และกระดาษที่เหลือเป็นเศษมากกว่า เพราะแบบที่มีปีกและส่วนโค้งวางเต็มแผ่นสี่เหลี่ยมไม่ได้ คำถามที่ควรถามก่อนเลือกจึงเป็นเรื่องว่ารูปทรงนั้นช่วยงานได้คุ้มกับสองส่วนนี้หรือเปล่า
เพลทไดคัททำงานอย่างไร
เพลทไดคัทคือแผ่นฐานที่ฝังใบมีดเหล็กไว้ตามแบบกางของกล่อง (die-line) ใบมีดบนแผ่นเดียวกันมีหลายแบบและทำงานพร้อมกันทุกเส้น ใบมีดตัดสูงและคมพอจะตัดขาดตามขอบรูป ใบมีดกดเส้นพับมีปลายมนและเตี้ยกว่า จึงกดให้ลอนยุบเป็นร่องพับได้โดยไม่ขาด ส่วนใบมีดรอยปรุตัดขาดเป็นช่วงสลับกับช่วงที่เว้นไว้ ให้ฉีกตามแนวได้ภายหลัง ระหว่างใบมีดมียางดันชิ้นงานคอยดีดแผ่นออกหลังตัด ไม่ให้ค้างอยู่ในร่องมีด
เครื่องที่ใช้เพลทแบ่งได้สองแบบหลัก แบบแท่นราบกดเพลทแผ่นแบนลงบนแผ่นลูกฟูกทีละแผ่น ส่วนแบบโรตารีใช้เพลทโค้งที่ประกอบรอบลูกกลิ้ง แผ่นลูกฟูกวิ่งผ่านต่อเนื่องจึงผลิตได้เร็วและเหมาะกับงานจำนวนมาก หลักการตัดของสองแบบเหมือนกัน ต่างกันที่รูปทรงของเพลท เพลทที่ทำไว้สำหรับเครื่องแบบหนึ่งจึงนำไปใช้กับอีกแบบไม่ได้
กล่องไดคัทกับกล่องฝาชน ต่างกันที่ขั้นตอนตัด
ทั้งสองแบบใช้แผ่นลูกฟูกชนิดเดียวกัน เลือกเกรดและลอนได้เหมือนกัน ความต่างทั้งหมดเริ่มจากเครื่องมือที่ใช้ตัดขึ้นรูป
| หัวข้อ | กล่องไดคัท | กล่องฝาชน (กล่องสล็อต) |
|---|---|---|
| เส้นที่ทำได้ | เส้นโค้ง มุมเฉียง หน้าต่าง รอยปรุ ลิ้นล็อก | ร่องและเส้นพับแนวตรงเท่านั้น |
| เครื่องมือเฉพาะงาน | เพลทไดคัท ทำครั้งแรกครั้งเดียวต่อแบบ | ไม่ต้องใช้เพลท ตั้งระยะมีดบนเครื่อง |
| การใช้กระดาษ | มีเศษรอบแบบมากกว่า ขึ้นกับการวางแบบบนแผ่น | แบบกางเป็นสี่เหลี่ยม แทบไม่มีเศษ |
| การประกอบ | ล็อกในตัวได้หลายแบบ ไม่ต้องใช้เทปหรือลวด | ปิดด้วยเทป กาว หรือเย็บลวด |
| งานที่เหมาะ | รูปทรงเฉพาะ วางโชว์ ประกอบเร็วหน้าไลน์ | ขนส่งทั่วไป ปริมาณมาก ต้นทุนต่อใบต่ำ |
ถ้ากล่องมีหน้าที่แค่ห่อสินค้าให้ถึงปลายทาง กล่องไดคัทแทบไม่เคยคุ้ม เพราะจ่ายทั้งค่าเพลทและค่ากระดาษที่เป็นเศษโดยไม่ได้อะไรกลับมา งานแบบนี้ใช้ กล่องฝาชน ดีกว่า
กล่องไดคัทใช้กับงานแบบไหน
เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือดูว่ารูปทรงทำหน้าที่อะไร ถ้าตอบได้อย่างน้อยหนึ่งข้อในสี่ข้อนี้ ไดคัทมักคุ้มกับค่าเครื่องมือ
- ลดเวลาประกอบหน้าไลน์ กล่องฝาเสียบก้นขัด หรือกล่องก้นล็อก (FEFCO 0711) ที่กางแล้วก้นล็อกเอง ช่วยให้แพ็คได้เร็วโดยไม่ต้องหยิบเทป เห็นผลชัดในไลน์ที่แพ็คจำนวนมากทุกวัน
- ล็อกในตัวแทนเทปหรือลวด เช่นกล่องหูช้าง (FEFCO 0427) ที่ลิ้นข้างพับล็อกกันเอง เปิดแล้วไม่มีรอยเทปฉีก
- ขนส่งแล้ววางขายต่อได้ ถาดดิสเพลย์และกล่อง SRP ที่ฉีกตามรอยปรุแล้ววางทั้งถาดขึ้นชั้น
- ยึดสินค้าไว้ข้างใน แผ่นรองเจาะช่องหรือไส้ล็อกที่กดสินค้าให้อยู่กับที่ ซึ่งรูปทรงต้องตามรูปสินค้า
ชื่อแบบที่สั่งบ่อยในกลุ่มนี้และกลุ่มอื่น รวมไว้ในบทความ ประเภทกล่องกระดาษลูกฟูกมีกี่แบบ
ข้อควรคิดตอนออกแบบ die-line
ทิศลอนในผนังที่รับแรงกด กล่องรับแรงกดจากการวางซ้อนได้ดีที่สุดเมื่อลอนในผนังวิ่งแนวตั้ง แบบไดคัทบางแบบถูกหมุนบนแผ่นเพื่อให้วางได้ชิดกันและประหยัดกระดาษ ถ้าการหมุนนั้นทำให้ลอนในผนังกลายเป็นแนวนอน กล่องจะรับแรงกดได้น้อยลงทั้งที่ใช้เกรดและลอนเดิม ทิศลอนจึงต้องล็อกก่อนเริ่มวางแบบ
ลิ้นแคบกับลอนหนา ลิ้นล็อกเล็ก ๆ และช่องแคบทำได้คมในลอนบางอย่าง E และ B ลอนหนาอย่าง BC มีเส้นพับกว้าง ลิ้นที่แคบเกินไปจึงพับไม่เข้ารูปและหักง่าย ตัวเพลทเองก็มีระยะห่างระหว่างใบมีดที่แคบที่สุดที่ทำได้ ซึ่งแต่ละโรงงานกำหนดไม่เท่ากัน รายละเอียดที่ถี่กว่านั้นต้องปรับแบบตั้งแต่ขั้นวาด die-line
การวางแบบบนแผ่น แบบที่มีปีกยื่นหลายด้านวางชิดกันไม่ได้ พื้นที่แผ่นต่อใบจึงมากกว่าขนาดกล่องจริง การหดปีกลงไม่กี่มิลลิเมตรหรือย้ายลิ้นไปอีกด้านบางครั้งลดเศษได้ชัด ตราบที่ไม่ขัดกับทิศลอน ค่ากระดาษคิดจากพื้นที่แผ่นคลี่ทั้งแผ่น ดูวิธีคิดได้ที่ ราคากล่องลูกฟูกขึ้นอยู่กับอะไร
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องกล่องไดคัท
ไดคัทมีไว้ทำกล่องสวย งานไดคัทจำนวนมากเป็นกล่องสีน้ำตาลที่ไม่พิมพ์อะไรเลย เช่นถาดรองชิ้นส่วนในไลน์ประกอบหรือไส้ล็อกสินค้า ที่สั่งเพราะประกอบเร็วและยึดสินค้าได้แน่น ความสวยเป็นแค่ผลพลอยได้ของบางงาน
กล่องไดคัทแข็งแรงกว่ากล่องฝาชน หรืออ่อนกว่า วิธีตัดไม่ได้กำหนดความแข็งแรง ความแข็งแรงมาจากเกรดกระดาษ ลอน และโครงสร้างของกล่อง จุดที่ต้องระวังจริงคือรูหน้าต่าง หูจับ หรือรอยปรุที่เจาะลงบนผนังรับแรง เพราะตัดเนื้อกระดาษที่รับแรงกดออกไปตรงนั้น
ขยับขนาดนิดเดียวใช้เพลทเดิมได้ ตำแหน่งใบมีดทุกเส้นผูกกับทุกมิติของแบบ ขยับขนาดไม่กี่มิลลิเมตรก็เท่ากับแบบใหม่ ส่วนใหญ่ต้องทำเพลทใหม่ทั้งชุด ขนาดจึงควรนิ่งจากการลองกล่องตัวอย่างก่อนสั่งทำเพลท
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่างานควรเป็นไดคัทหรือไม่ ลองนึกว่าถ้าเปลี่ยนเป็นกล่องฝาชน คนแพ็คหน้าไลน์หรือพนักงานหน้าร้านจะเสียเวลาหรือเสียอะไรเพิ่มบ้าง คำตอบนั้นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ค่าเพลทคุ้ม ส่วนแบบกล่องในกลุ่มนี้ที่ผลิตได้ดูได้ที่หน้า กล่องไดคัท
คำถามที่พบบ่อย
เพลทไดคัทกับบล็อกพิมพ์ต่างกันอย่างไร
เพลทไดคัทใช้ตัดและกดเส้นพับ ส่วนบล็อกพิมพ์ใช้พิมพ์ลายระบบ Flexo งานที่ทั้งพิมพ์ลายและไดคัทจึงมีเครื่องมือสองชิ้นที่ต้องตรงกับแบบกางเดียวกัน และเพราะการพิมพ์กับการตัดเป็นคนละจังหวะ ลายที่วางชิดเส้นพับหรือขอบตัดเกินไปจึงเสี่ยงเหลื่อม ควรเว้นระยะจากเส้นเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ตอนวางอาร์ตเวิร์ค
ทำไมขอบกล่องไดคัทมีจุดเล็ก ๆ เป็นระยะ
จุดนั้นคือจุดยึด (nick) ที่บากเว้นไว้บนใบมีดตัด ให้ชิ้นงานยังติดกับแผ่นระหว่างวิ่งผ่านเครื่อง แล้วค่อยแกะเศษออกภายหลัง งานที่ต้องการขอบเรียบเป็นพิเศษย้ายจุดยึดไปไว้ด้านที่มองไม่เห็นได้ตั้งแต่ตอนออกแบบ
รูปแบบกล่องไดคัทมีอะไรบ้าง
ถ้าแบ่งตามรหัส FEFCO กลุ่มที่พบบ่อยคือกลุ่ม 04 กล่องและถาดที่พับขึ้นรูปจากแผ่นเดียว เช่นกล่องหูช้าง 0427 กลุ่ม 07 กล่องที่ทากาวมาแล้วกางพร้อมใช้ เช่นกล่องก้นล็อก 0711 และกลุ่ม 09 ชิ้นส่วนภายใน เช่นไส้กั้น
ทดลองกล่องไดคัทก่อนทำเพลทจริงได้ไหม
ได้ และควรทำทุกครั้งที่เป็นแบบใหม่ กล่องตัวอย่างตัดด้วยโต๊ะตัดที่ตัดตามไฟล์แบบโดยตรง จึงไม่ต้องรอทำเพลท ลองบรรจุสินค้าจริงจนขนาดและตำแหน่งลิ้นลงตัวแล้ว จึงค่อยล็อกแบบนั้นเป็นเพลท