ประเภทกล่องกระดาษลูกฟูกมีกี่แบบ ดูจากวิธีขึ้นรูป 4 กลุ่มก็เลือกได้ตรงงาน
กล่องกระดาษลูกฟูกสั่งผลิตแบ่งได้เป็นสี่กลุ่มตามวิธีขึ้นรูป คือกล่องสล็อตที่ตัดร่องแล้วพับ กล่องไดคัทที่ตัดด้วยแม่พิมพ์เป็นรูปทรงเฉพาะ งานประกอบกันกระแทกที่เป็นชิ้นส่วนภายในกล่อง และ Complex Packaging ที่ต้องออกแบบโครงสร้างขึ้นใหม่ทั้งชุด
การรู้ว่างานของตัวเองอยู่กลุ่มไหนช่วยสองเรื่อง คือคุยกับโรงงานได้ตรงคำตั้งแต่ครั้งแรกโดยไม่ต้องอธิบายวนไปมา และประเมินได้ว่าต้องเผื่อค่าแม่พิมพ์และเวลาเท่าไหร่ เพราะสี่กลุ่มนี้ต่างกันที่ต้นทุนเริ่มต้นและรอบเวลามากกว่าที่ต่างกันเรื่องคุณภาพ
ภาพรวมทั้งสี่กลุ่ม
สี่กลุ่มนี้ต่างกันในมิติที่ฝ่ายจัดซื้อใช้ตัดสินใจบ่อยที่สุด คือต้นทุนเริ่มต้นกับรอบเวลา ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละกลุ่ม
| กลุ่ม | วิธีขึ้นรูป | ต้นทุนเริ่มต้น | รอบเวลา | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| กล่องสล็อต | ตัดร่องและกรีดเส้นพับด้วยเครื่อง ไม่ใช้แม่พิมพ์ | ต่ำที่สุด | มาตรฐาน | งานขนส่งทั่วไป งานปริมาณมาก |
| กล่องไดคัท | ตัดด้วยแม่พิมพ์ ทำรูปทรงที่เครื่องสล็อตทำไม่ได้ | มีค่าแม่พิมพ์ครั้งแรก | มาตรฐาน | รูปทรงเฉพาะ งานวางโชว์ งานที่ต้องประกอบเร็ว |
| งานประกอบกันกระแทก | ตัดชิ้นส่วนภายในแล้วประกอบร่วมกับกล่องนอก | ขึ้นกับจำนวนชิ้นส่วน | มาตรฐานถึงนาน | สินค้าเปราะบาง สินค้ามูลค่าสูง |
| Complex Packaging | ออกแบบโครงสร้างใหม่ ทำตัวอย่างก่อนผลิตจริง | สูงที่สุด รวมค่าออกแบบ | 14 ถึง 21 วันทำการ | งานที่แบบมาตรฐานรับไม่ไหว |
กลุ่มที่ 1 กล่องสล็อต
เป็นกลุ่มที่ใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรม เพราะผลิตเร็ว ไม่มีค่าแม่พิมพ์ และใช้กระดาษคุ้มที่สุด
แบบที่พบบ่อยที่สุดคือกล่องฝาชนหรือ RSC รหัส FEFCO 0201 ซึ่งฝาบนและล่างพับมาชนกันพอดีกลางกล่อง รองลงมาคือกล่องฝาเกยเต็มแผ่นหรือ FOL ที่ฝายาวทับซ้อนกันจนด้านบนและล่างหนาเป็นสองชั้น เหมาะกับสินค้าหนักและงานส่งออก
นอกจากสองแบบหลักยังมีอีกสามแบบที่สั่งได้
- กล่องฝาเดียวหรือ HSC รหัส 0200 ที่มีฝาเฉพาะด้านบนสำหรับครอบสินค้าที่วางบนฐานอยู่แล้ว
- กล่องฝาครอบแบบ Telescope รหัส 0300 ที่แยกเป็นตัวกล่องกับฝาสองชิ้นสำหรับงานที่ต้องเปิดตรวจบ่อย
- กล่อง CSSC รหัส 0204 ที่ฝาเกยกันบางส่วน อยู่กึ่งกลางระหว่าง RSC กับ FOL
รายละเอียดการเลือกระหว่างแบบเหล่านี้อ่านต่อได้ที่ กล่องฝาชน RSC กับ FOL เลือกแบบไหนดี
กลุ่มที่ 2 กล่องไดคัท
กล่องไดคัทใช้แม่พิมพ์ตัด จึงทำเส้นโค้ง รอยปรุ ลิ้นล็อก และรูปทรงที่เครื่องตัดร่องทำไม่ได้
งานที่สั่งบ่อยได้แก่
- กล่องฝาเสียบและก้นขัดที่ประกอบด้วยมือได้เร็วโดยไม่ต้องใช้เทป
- กล่องหูช้างรหัส FEFCO 0427 ที่มีลิ้นด้านข้างพับล็อกตัวเองจึงแข็งแรงโดยไม่ต้องเย็บลวด
- ถาดดิสเพลย์และกล่อง SRP ที่ขนส่งได้ตามปกติแล้วฉีกตามรอยปรุเพื่อวางโชว์บนชั้นได้ทันที
- กล่องไปรษณีย์ที่ล็อกในตัวสำหรับงานอีคอมเมิร์ซ
ค่าแม่พิมพ์จ่ายครั้งแรกครั้งเดียว คำนวณจากขนาดใบมีดและความซับซ้อนของเส้นตัด ราคาจริงแจ้งพร้อมใบเสนอราคาเพราะขึ้นกับซัพพลายเออร์แม่พิมพ์ในแต่ละงาน เมื่อสั่งซ้ำในแบบเดิมรอบถัดไปจะไม่มีค่านี้อีก จุดคุ้มทุนจึงขึ้นอยู่กับว่าจะสั่งซ้ำหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนในครั้งแรกเพียงอย่างเดียว
กลุ่มที่ 3 งานประกอบกันกระแทก
กลุ่มนี้คือชิ้นส่วนที่อยู่ภายในกล่อง ทำหน้าที่ตรึงสินค้าไม่ให้ขยับและกระจายแรงกระแทก
ชิ้นที่สั่งบ่อยที่สุดคือไส้กั้นที่ขัดกันเป็นตารางช่อง เพราะแค่ตัดบากแผ่นลูกฟูกให้ประกอบกันก็แยกสินค้าแต่ละชิ้นไม่ให้สัมผัสกันได้แล้ว งานที่เจอบ่อยจึงเป็นขวดแก้ว เครื่องสำอาง ไปจนถึงเซรามิก นอกจากนั้นยังมีแผ่นรองก้นและปิดหน้า แผ่นบุรอบใน ไส้ล็อกสินค้า มุมกันกระแทก และชุดถาดพร้อมฝาครอบ
จุดที่ควรรู้คือเมื่อสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง หลายกรณีปัญหาไม่ได้อยู่ที่กล่องนอกบางเกินไป แต่อยู่ที่สินค้าขยับในกล่อง การเพิ่มไส้ในจึงแก้ตรงจุดกว่าและถูกกว่าการเพิ่มความหนากล่องทั้งใบ วิธีไล่หาสาเหตุอ่านต่อได้ที่ กล่องยุบ สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง หาสาเหตุและแก้อย่างไร
กลุ่มที่ 4 Complex Packaging
เป็นงานที่แบบมาตรฐานรับไม่ไหวจริง ๆ เช่นกล่องขนาดใหญ่พิเศษที่ต้องรับน้ำหนักสูง กล่องหกมุม กล่องแบบพันรอบ กล่องหูหิ้ว และระบบกล่องหลายชิ้นที่ประกอบเข้าด้วยกัน
กระบวนการต่างจากสามกลุ่มแรกตรงที่เริ่มจากการวัดชิ้นงานจริงหรือรับไฟล์ 3D แล้วออกแบบ Die-line ขึ้นใหม่ ตัดตัวอย่างด้วยเครื่อง Plotter ให้ทดลองใส่สินค้าก่อนเปิดไลน์ผลิต ระยะเวลาตั้งแต่รับโจทย์จนส่งมอบโดยทั่วไปอยู่ที่ 14 ถึง 21 วันทำการ
ค่าออกแบบและค่าทำตัวอย่างที่ดูเหมือนเป็นต้นทุนเพิ่ม มักถูกกว่าค่าเสียหายจากการผลิตล็อตใหญ่แล้วพบว่าใส่สินค้าไม่พอดี
เลือกกลุ่มไหน ดูจากอะไร
เริ่มจากคำถามสามข้อ
- สินค้าต้องการการปกป้องระดับไหน
- กล่องต้องสวยแค่ไหนเมื่อถึงมือผู้รับ
- จะสั่งซ้ำหรือสั่งครั้งเดียว
ถ้าคำตอบคือปกป้องระดับมาตรฐาน ไม่เน้นความสวย และสั่งจำนวนมาก กล่องสล็อตจบงานได้ด้วยต้นทุนต่ำที่สุด ถ้าต้องการรูปทรงเฉพาะหรือลดเวลาแพ็คหน้างาน กล่องไดคัทคุ้มกว่าเมื่อคิดรวมค่าแรงที่ประหยัดได้และจะสั่งซ้ำ ถ้าสินค้าเสียหายบ่อยทั้งที่กล่องยังดี ให้ดูที่ไส้ในก่อนเปลี่ยนกล่อง และถ้าลองแบบมาตรฐานมาหมดแล้วยังไม่ได้ผล จึงค่อยเข้าเส้นทาง Complex
เกรดกระดาษและลอนเป็นตัวแปรที่ต้องเลือกคู่กันไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหน ดูรายละเอียดที่ เกรดกระดาษลูกฟูกมีอะไรบ้าง และ ลอนกระดาษลูกฟูก E B C BE BC ต่างกันอย่างไร
ก่อนคุยเรื่องราคาต่อใบ ให้ตอบสองข้อให้ได้ก่อน คือสินค้าต้องการการปกป้องระดับไหน และงานนี้จะสั่งซ้ำหรือไม่ สองคำตอบนี้พางานเข้ากลุ่มที่ถูกต้องได้เองเกือบทุกครั้ง โดยไม่ต้องรู้จักชื่อกล่องครบทุกแบบ ส่วนแบบกล่องที่ขึ้นรูปได้จริงทั้งหมด รวมอยู่ที่หน้า กล่องกระดาษลูกฟูกสั่งผลิต
คำถามที่พบบ่อย
สั่งกล่องขั้นต่ำกี่ใบ
ขึ้นกับกลุ่มของกล่อง กล่องฝาชนแบบไม่พิมพ์ลายเริ่มที่ 300 ใบ แบบมีพิมพ์ลายเริ่มที่ 500 ใบ กล่องไดคัทรูปทรงเฉพาะเริ่มที่ 500 ใบ งานพิมพ์ระบบ Offset เริ่มที่ 2,000 ใบ ส่วนกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่พิมพ์ลายแบรนด์ของลูกค้าเริ่มที่ 5,000 ใบต่อขนาด แผ่นกระดาษลูกฟูกสองชั้นและแบบม้วนเริ่มที่ 1,500 กิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้ปรับได้ตามขนาดและสเปกจริงของงาน
กล่องสล็อตกับกล่องไดคัท อันไหนถูกกว่า
กล่องสล็อตถูกกว่าเมื่อดูต้นทุนต่อใบและไม่มีค่าแม่พิมพ์ แต่ถ้างานต้องการรูปทรงเฉพาะหรือช่วยลดเวลาแพ็ค กล่องไดคัทอาจคุ้มกว่าเมื่อคิดรวมทั้งกระบวนการและมีการสั่งซ้ำ
ไม่มีแบบกล่อง สั่งได้ไหม
ได้ ส่งตัวอย่างสินค้าจริงหรือระบุขนาดกับน้ำหนักมา ทางโรงงานออกแบบ Die-line ให้และตัดตัวอย่างให้ทดลองก่อนผลิตจริง
พิมพ์ได้กี่สี
ระบบ Flexo พิมพ์ได้สูงสุด 4 สี เหมาะกับโลโก้และข้อความในงานปริมาณมาก ระบบ Offset พิมพ์ได้สูงสุด 6 สี ทั้ง CMYK และสีพิเศษ ให้งานคมชัดที่สุดแต่ใช้เวลาผลิต 3 สัปดาห์ ส่วนระบบ Digital พิมพ์ได้ 4 สี CMYK เหมาะกับงานจำนวนน้อยเพราะไม่มีค่าเพลท