จุดตั้งต้นที่ใช้ได้จริงคือถามสามข้อ สินค้าหนักเท่าไหร่ต่อกล่อง ต้องวางซ้อนกันสูงกี่ชั้นและนานแค่ไหน และกล่องต้องสวยระดับไหนเมื่อถึงมือผู้รับ
สินค้าน้ำหนักเบาที่เน้นภาพลักษณ์มักจบที่ลอน E ส่วนสินค้าทั่วไปที่ส่งในประเทศจบที่ลอน B หรือ C พอเข้าสู่งานหนักที่ต้องวางซ้อนสูงหรือเก็บนาน รวมถึงงานส่งออก ลอน BC จะกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าเมื่อคิดรวมค่าเสียหายจากกล่องยุบระหว่างทาง โรงงานผ่านการรับรอง ISO 9001 และ FSC จึงตรวจสอบย้อนกลับที่มาของกระดาษได้ในกรณีที่ลูกค้าปลายทางขอเอกสารประกอบ
จุดที่ตัดสินว่าควรอยู่ที่ลอน C ต่อไปหรือขยับไป BC ไม่ได้มีแค่น้ำหนักสินค้าต่อกล่อง ให้ดูประกอบกันว่าสินค้ารับแรงในตัวเองได้แค่ไหน วางเรียงซ้อนแบบมุมตรงกันหรือวางสลับ ซ้อนกี่ชั้น นานเท่าใด และพื้นที่จัดเก็บชื้นแค่ไหน ค่าเหล่านี้ควรเก็บจากงานจริง ไม่ใช่ประมาณเอา สเปกแผ่นที่ผลิตได้ทั้งหมดดูได้ที่หน้า แผ่นกระดาษลูกฟูก
คำถามที่พบบ่อย
ลอน B กับลอน C เลือกอันไหนดี
ถ้าสินค้ามีความแข็งแรงในตัวและกลัวของแหลมทิ่มทะลุ เลือกลอน B เพราะจำนวนลอนต่อฟุตมากกว่าทำให้ผิวตึงและต้านการเจาะได้ดีกว่า ถ้าต้องวางกล่องซ้อนกันในคลังหรือบนพาเลท เลือกลอน C เพราะลอนสูงกว่าจึงรับแรงกดแนวตั้งได้ดีกว่า
กล่อง 3 ชั้นกับ 5 ชั้น ต่างกันแค่ความหนาหรือเปล่า
ต่างกันที่ความสามารถในการรับน้ำหนักด้วย กล่อง 3 ชั้นเหมาะกับสินค้าราว 10 ถึง 20 กิโลกรัม ส่วน 5 ชั้นรองรับได้ราว 20 ถึง 50 กิโลกรัม และทนการวางซ้อนสูงได้นานกว่าอย่างชัดเจน
ลอนไหนพิมพ์ลายได้สวยที่สุด
ลอน E เพราะลอนถี่และเตี้ยที่สุด ผิวหน้าจึงเรียบจนแทบไม่เห็นรอยลอนด้านนอก รองลงมาคือ BE ที่ใช้ลอน E เป็นผิวนอก ถ้าต้องการทั้งความสวยและความแข็งแรงในใบเดียว BE คือทางที่ลงตัวที่สุด
ไลน์ผลิตของโรงงานรองรับลอนอะไรบ้าง
ครอบคลุมลอน E, B, C, BE และ BC งานที่ต้องการลอนละเอียดมากเพื่อความสวยของงานพิมพ์ ทีมงานแนะนำลอน E ซึ่งให้ผลลัพธ์ในกลุ่มเดียวกัน
สั่งเป็นแผ่นไม่ขึ้นรูปเป็นกล่องได้ไหม
ได้ โรงงานผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกตามขนาดที่ระบุ สำหรับลูกค้าที่มีไลน์ขึ้นรูปเองหรือใช้เป็นแผ่นรองและแผ่นกั้นภายใน