โครงสร้างกระดาษลูกฟูก: ลอน E B C BE BC ต่างกันอย่างไร

โครงสร้างกระดาษลูกฟูก: ลอน E B C BE BC ต่างกันอย่างไร

ลอนกระดาษลูกฟูกที่สูงต่างกันเพียงระดับมิลลิเมตรให้ผลหน้างานคนละแบบ ลอนเตี้ยและถี่พิมพ์ลายได้คมและต้านของแหลมทิ่มทะลุได้ดี ส่วนลอนสูงรับแรงกดจากการวางซ้อนได้มากกว่า ทั้งหมดใช้โครงสร้างแบบแซนด์วิชที่ประกบแผ่นผิว (Linerboard) เข้ากับลอนลูกฟูก (Corrugating Medium) จึงรับแรงได้ดีกว่ากระดาษแผ่นเรียบหลายเท่า โรงงานผลิตลอน 5 แบบ ไล่จากลอน E ที่สูง 1.0 มิลลิเมตร ไปจนถึงลอน BC ที่หนา 7.0 มิลลิเมตร

ลอนยิ่งสูงยิ่งรับแรงกดแนวตั้งได้มาก ส่วนลอนยิ่งเตี้ยและถี่ยิ่งพิมพ์ลายได้คมและพับขึ้นรูปได้สวย เลือกผิดสเปกจะทำให้กล่องบุบง่ายเกินไปหรือจ่ายแพงเกินความจำเป็น

หลักการโครงสร้างแบบแซนด์วิชทำงานอย่างไร

กระดาษลูกฟูกประกอบด้วยวัสดุสองส่วนที่ทำงานร่วมกัน แผ่นผิวรับแรงดึงและแรงกด พร้อมเป็นพื้นผิวสำหรับพิมพ์โลโก้และข้อมูลสินค้า ส่วนลอนลูกฟูกที่ขึ้นรูปเป็นคลื่นต่อเนื่องคั่นอยู่ตรงกลางทำหน้าที่เหมือนเสาค้ำยันขนาดเล็กเรียงตัวกันเป็นแนว

ลอนตรงกลางนี้เองที่สร้างระยะห่างระหว่างแผ่นผิวสองด้าน ทำให้โครงสร้างมีค่าโมเมนต์ความเฉื่อยสูงขึ้นและรับน้ำหนักได้ดีกว่ากระดาษแผ่นเรียบมาก ขณะเดียวกันช่องว่างอากาศที่เกิดขึ้นระหว่างลอนก็ช่วยดูดซับแรงกระแทกระหว่างขนส่งไปในตัว หลักการเดียวกันนี้อธิบายว่าทำไมการเพิ่มความสูงของลอนจึงได้ผลมากกว่าการเพิ่มแกรมกระดาษในหลายกรณี

ลอนกระดาษลูกฟูก 5 แบบ ต่างกันตรงไหน

ลอนความสูงลอนลอน/ฟุตโครงสร้างจุดเด่นเชิงวิศวกรรมงานที่เหมาะ
E1.0 มม.90 ถึง 963 ชั้นละเอียดที่สุด ผิวหน้าเรียบ พับขึ้นรูปได้สวย งานพิมพ์กราฟิกคมชัดกล่องขนาดเล็ก งาน Retail เครื่องสำอาง ไอที
B3.0 มม.47 ถึง 503 ชั้นลอนเตี้ย ผิวสัมผัสเรียบ ต้านแรงเจาะทะลุได้ดีเยี่ยมกล่องสินค้าทั่วไป บรรจุภัณฑ์ขายปลีก ไส้กล่อง
C4.0 มม.39 ถึง 433 ชั้นทนแรงกดและการวางซ้อนแนวตั้ง (BCT) ได้ดีกว่าลอน Bกล่องขนส่งทั่วไป โลจิสติกส์ สินค้าน้ำหนักปานกลาง
BE4.0 มม.ลอนผสม5 ชั้นได้ความแข็งแรงจากลอน B แต่ยังคงผิวหน้าเรียบสวยของลอน Eสินค้าแบรนด์เนมที่ต้องการทั้งภาพลักษณ์และความแข็งแรง
BC7.0 มม.ลอนผสม5 ชั้นหนาที่สุด ทนแรงกดทับแนวตั้งและแรงปะทะสูงสุดของโรงงานสินค้าหนักมาก ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ส่งออกทางเรือ

ความแตกต่างที่ฝ่ายจัดซื้อมักมองข้ามคือลอน B กับลอน C ซึ่งห่างกันแค่ 1 มิลลิเมตร แต่ให้ผลต่างกันชัดเจน ลอน B มีจำนวนลอนต่อฟุตมากกว่า ผิวจึงตึงและทนของแหลมทิ่มได้ดีกว่า เหมาะกับสินค้าที่แข็งแรงในตัวอยู่แล้วอย่างกระป๋องหรือขวด ส่วนลอน C ที่ลอนสูงกว่าและห่างกว่าจะรับแรงกดจากการวางซ้อนได้ดีกว่า จึงกลายเป็นสเปกมาตรฐานของกล่องพัสดุและกล่องสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องผ่านการขนส่งหลายทอด

ส่วนลอนผสมอย่าง BE และ BC เกิดจากการนำลอนสองแบบมาประกบกันเป็นโครงสร้างห้าชั้น BE ให้ทางเลือกกับแบรนด์ที่อยากได้ผิวสวยแบบลอน E แต่สินค้าหนักเกินกว่ากล่องสามชั้นจะรับไหว ขณะที่ BC คือตัวเลือกสำหรับงานที่ความแข็งแรงมาก่อนทุกอย่าง

จำนวนชั้นกระทบความแข็งแรงแค่ไหน

โครงสร้างความหนาโดยประมาณลักษณะน้ำหนักสินค้าที่เหมาะ
2 ชั้น (Single Face)ตามประเภทลอนแผ่นเรียบ 1 ชั้นประกบลอน 1 ชั้นใช้พันห่อกันรอยหรือเสริมกันกระแทกภายในกล่อง
3 ชั้น (Single Wall)3 ถึง 5 มม.แผ่นเรียบ 2 ด้าน ลอนกลาง 1 ชั้น10 ถึง 20 กิโลกรัม
5 ชั้น (Double Wall)6 ถึง 8 มม.แผ่นเรียบ 3 ชั้น ลอนสลับ 2 ชั้น20 ถึง 50 กิโลกรัม วางซ้อนสูง งานส่งออก

ช่วงน้ำหนักในตารางเป็นจุดตั้งต้นเท่านั้น ของจริงต้องประกอบกับลักษณะสินค้าว่ารับแรงในตัวเองได้หรือไม่ วิธีวางเรียงซ้อน ระยะเวลาในคลัง และความชื้นของพื้นที่จัดเก็บเสมอ

กระดาษ 2 ชั้นถูกออกแบบมาเป็นวัสดุพันห่อและกันกระแทกภายใน โดยสั่งได้ทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น มีขั้นต่ำการผลิตที่ 1,500 กิโลกรัม หน้ากว้างมาตรฐาน 48 นิ้ว

การขยับจากสามชั้นเป็นห้าชั้นให้ผลชัดเจนกว่าการเพิ่มแกรมกระดาษในโครงสร้างเดิม เพราะเพิ่มระยะห่างระหว่างแผ่นผิวโดยตรง สินค้าที่ต้องวางซ้อนในคลังนานหลายเดือนหรือเดินทางในตู้คอนเทนเนอร์ข้ามประเทศจึงมักจบที่ลอน BC มากกว่าการดันแกรมของลอน C ขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนการเลือกเกรดกระดาษที่มาประกบกับลอน อ่านต่อได้ที่ เกรดกระดาษลูกฟูกมีอะไรบ้าง

กระดาษลูกฟูกใช้ทำอะไรได้อีกนอกจากกล่อง

นอกจากขึ้นรูปเป็นกล่อง กระดาษลูกฟูกยังแก้โจทย์โลจิสติกส์ได้อีกหลายจุด ตัดเป็นแผ่นรอง (Pads) วางกระจายน้ำหนักสินค้าบนพาเลทเพื่อลดความเสี่ยงบุบระหว่างวางซ้อน หรือทำเป็นไส้กั้น (Partition) ตรึงสินค้าไม่ให้กระทบกันเอง ซึ่งช่วยลดความเสียหายของของเปราะบางอย่างขวดแก้วและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้มาก บางแบรนด์ยังดัดแปลงเป็นชั้นโชว์สินค้าตั้งหน้าร้าน เพราะแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักได้ทั้งที่เบากว่าวัสดุอื่น

งานกลุ่มนี้ดูรายละเอียดได้ที่หน้า แผ่นกระดาษลูกฟูก ส่วนงานที่ต้องขึ้นรูปพร้อมไส้ในดูที่ กล่องกระดาษลูกฟูกสั่งผลิต

เลือกลอนอย่างไรให้ตรงกับสินค้า

จุดตั้งต้นที่ใช้ได้จริงคือถามสามข้อ สินค้าหนักเท่าไหร่ต่อกล่อง ต้องวางซ้อนกันสูงกี่ชั้นและนานแค่ไหน และกล่องต้องสวยระดับไหนเมื่อถึงมือผู้รับ

สินค้าน้ำหนักเบาที่เน้นภาพลักษณ์มักจบที่ลอน E ส่วนสินค้าทั่วไปที่ส่งในประเทศจบที่ลอน B หรือ C พอเข้าสู่งานหนักที่ต้องวางซ้อนสูงหรือเก็บนาน รวมถึงงานส่งออก ลอน BC จะกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าเมื่อคิดรวมค่าเสียหายจากกล่องยุบระหว่างทาง โรงงานผ่านการรับรอง ISO 9001 และ FSC จึงตรวจสอบย้อนกลับที่มาของกระดาษได้ในกรณีที่ลูกค้าปลายทางขอเอกสารประกอบ

จุดที่ตัดสินว่าควรอยู่ที่ลอน C ต่อไปหรือขยับไป BC ไม่ได้มีแค่น้ำหนักสินค้าต่อกล่อง ให้ดูประกอบกันว่าสินค้ารับแรงในตัวเองได้แค่ไหน วางเรียงซ้อนแบบมุมตรงกันหรือวางสลับ ซ้อนกี่ชั้น นานเท่าใด และพื้นที่จัดเก็บชื้นแค่ไหน ค่าเหล่านี้ควรเก็บจากงานจริง ไม่ใช่ประมาณเอา สเปกแผ่นที่ผลิตได้ทั้งหมดดูได้ที่หน้า แผ่นกระดาษลูกฟูก

คำถามที่พบบ่อย

ลอน B กับลอน C เลือกอันไหนดี
ถ้าสินค้ามีความแข็งแรงในตัวและกลัวของแหลมทิ่มทะลุ เลือกลอน B เพราะจำนวนลอนต่อฟุตมากกว่าทำให้ผิวตึงและต้านการเจาะได้ดีกว่า ถ้าต้องวางกล่องซ้อนกันในคลังหรือบนพาเลท เลือกลอน C เพราะลอนสูงกว่าจึงรับแรงกดแนวตั้งได้ดีกว่า

กล่อง 3 ชั้นกับ 5 ชั้น ต่างกันแค่ความหนาหรือเปล่า
ต่างกันที่ความสามารถในการรับน้ำหนักด้วย กล่อง 3 ชั้นเหมาะกับสินค้าราว 10 ถึง 20 กิโลกรัม ส่วน 5 ชั้นรองรับได้ราว 20 ถึง 50 กิโลกรัม และทนการวางซ้อนสูงได้นานกว่าอย่างชัดเจน

ลอนไหนพิมพ์ลายได้สวยที่สุด
ลอน E เพราะลอนถี่และเตี้ยที่สุด ผิวหน้าจึงเรียบจนแทบไม่เห็นรอยลอนด้านนอก รองลงมาคือ BE ที่ใช้ลอน E เป็นผิวนอก ถ้าต้องการทั้งความสวยและความแข็งแรงในใบเดียว BE คือทางที่ลงตัวที่สุด

ไลน์ผลิตของโรงงานรองรับลอนอะไรบ้าง
ครอบคลุมลอน E, B, C, BE และ BC งานที่ต้องการลอนละเอียดมากเพื่อความสวยของงานพิมพ์ ทีมงานแนะนำลอน E ซึ่งให้ผลลัพธ์ในกลุ่มเดียวกัน

สั่งเป็นแผ่นไม่ขึ้นรูปเป็นกล่องได้ไหม
ได้ โรงงานผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกตามขนาดที่ระบุ สำหรับลูกค้าที่มีไลน์ขึ้นรูปเองหรือใช้เป็นแผ่นรองและแผ่นกั้นภายใน