วิธีวัดขนาดกล่องกระดาษลูกฟูก วัดในหรือวัดนอก? เข้าใจกติกาเดียวก็สั่งผลิตไม่พลาด

วิธีวัดขนาดกล่องกระดาษลูกฟูก วัดในหรือวัดนอก? เข้าใจกติกาเดียวก็สั่งผลิตไม่พลาด

ขนาดกล่องที่โรงงานผลิตใช้ทำงานจริงมีความหมายเดียว คือขนาดวัดใน หมายถึงพื้นที่ว่างภายในกล่องที่สินค้าใช้ได้จริง หลักการนี้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งอุตสาหกรรมตามระบบ FEFCO ที่โรงงานกล่องทั่วโลกใช้ร่วมกัน และเป็นจุดที่คนสั่งผลิตครั้งแรกพลาดบ่อยที่สุด เพราะสิ่งที่วัดง่ายที่สุดคือด้านนอกของกล่องใบเดิม เมื่อตัวเลขจากการวัดนอกถูกส่งให้โรงงานโดยเข้าใจว่าเป็นขนาดวัดใน กล่องล็อตใหม่จะเล็กกว่ากล่องเดิมเสมอ และสินค้าที่เคยใส่ได้พอดีก็จะใส่ไม่ลงทั้งที่วัดมาแล้ว บทความนี้อธิบายกติกาการวัดขนาดกล่องที่โรงงานใช้จริงทีละขั้น ตั้งแต่การดูว่าด้านไหนคือกว้าง ยาว สูง ไปจนถึงระยะเผื่อที่เหมาะกับสินค้าแต่ละแบบ เพื่อให้วัดครั้งเดียวแล้วสื่อสารกับโรงงานไหนก็ได้ตรงกัน

กว้าง ยาว สูง ดูจากตรงไหนของกล่อง

ให้เริ่มจากปากกล่อง คือช่องเปิดด้านบนที่ใช้บรรจุสินค้า ด้านที่ยาวกว่าของปากกล่องคือความยาว (Length) ด้านที่สั้นกว่าคือความกว้าง (Width) ส่วนความสูง (Height) วัดจากปากกล่องลงไปถึงก้นกล่อง ตามแนวทาง FEFCO ขนาดกล่องเขียนเรียงเป็น ยาว x กว้าง x สูง โดยความกว้างต้องไม่เกินความยาว แต่ในทางปฏิบัติหลายโรงงานในไทยคุ้นกับการเรียงกว้างขึ้นก่อนเป็น กว้าง x ยาว x สูง ลำดับการเรียงจะเป็นแบบไหนก็ทำงานได้ทั้งคู่ ขอเพียงระบุให้ชัดว่าตัวเลขแต่ละค่าคือด้านไหน และทุกค่าเป็นขนาดวัดใน

อีกจุดที่ควรล็อกไว้ตั้งแต่ต้นคือหน่วย ให้เลือกหน่วยเดียวแล้วใช้ตลอดทั้งชุดตัวเลข จะเป็นมิลลิเมตรหรือเซนติเมตรก็ได้ หลายครั้งที่กล่องออกมาผิดขนาดทั้งที่วัดมาถูกทุกด้าน ต้นเหตุอยู่ที่การจดค่าหนึ่งเป็นนิ้ว อีกค่าเป็นเซนติเมตร แล้วส่งรวมกันมาโดยไม่ระบุหน่วย

ขนาดวัดใน (ID) กับขนาดวัดนอก (OD) ต่างกันอย่างไร ใครใช้ค่าไหน

ขนาดกล่องใบเดียวกันมีตัวเลขสองชุดเสมอ ความต่างของสองชุดนี้คือความหนาของแผ่นกระดาษลูกฟูกที่ประกอบเป็นผนังกล่อง

ขนาดวัดใน (Inside Dimension: ID)ขนาดวัดนอก (Outside Dimension: OD)
คืออะไรพื้นที่ว่างภายในที่สินค้าใช้ได้จริงขนาดตัวกล่องเมื่อประกอบแล้ว รวมความหนากระดาษ
ใช้ทำอะไรสั่งผลิต ออกแบบกล่อง เช็คว่าสินค้าใส่ลงวางแผนพื้นที่คลัง จัดเรียงพาเลท คำนวณพื้นที่ตู้ขนส่ง และน้ำหนักตามปริมาตรของผู้ให้บริการขนส่ง
ใครใช้เป็นหลักฝ่ายจัดซื้อที่สั่งกล่อง และโรงงานผลิตฝ่ายคลังสินค้าและโลจิสติกส์

กติกาที่จำง่ายที่สุดคือ คุยกับโรงงานใช้วัดใน คุยกับคลังและขนส่งใช้วัดนอก เมื่อแจ้งขนาดวัดในพร้อมชนิดลอนที่ต้องการ โรงงานจะคำนวณความหนาแผ่นและเผื่อระยะการพับให้เองในขั้นตอนออกแบบใบมีด ไม่ต้องบวกเผื่อมาให้ล่วงหน้า

ความหนาลอนทำให้วัดในกับวัดนอกต่างกันเท่าไหร่

คำว่าต่างกันเล็กน้อยยังไม่พอสำหรับการทำงานจริง เพราะส่วนต่างขึ้นกับชนิดลอนโดยตรง ตัวเลขความหนาแผ่นโดยประมาณของลอนที่ใช้กันทั่วไปเป็นดังนี้

ชนิดลอนโครงสร้างความหนาแผ่นโดยประมาณ
ลอน E3 ชั้น1 ถึง 1.5 มม.
ลอน B3 ชั้น3 มม.
ลอน C3 ชั้น4 มม.
ลอน BE5 ชั้น4 ถึง 4.5 มม.
ลอน BC5 ชั้น7 มม.

วิธีแปลงคร่าว ๆ จากวัดในเป็นวัดนอก ด้านกว้างและด้านยาวบวกความหนาแผ่นสองเท่าจากผนังข้างละหนึ่งชั้น ส่วนความสูงของกล่องฝาชนบวกได้ถึงสี่เท่า เพราะฝาบนและฝาล่างพับซ้อนกันด้านละสองชั้น กล่องลอน BC หนึ่งใบจึงมีขนาดนอกโตกว่าขนาดในได้ราว 1.4 เซนติเมตรในแนวกว้างและยาว และเกือบ 3 เซนติเมตรในแนวสูง ซึ่งเป็นระดับที่ชี้ขาดว่ากล่องจะวางบนพาเลทได้ครบแถวหรือเกินขอบออกมา รายละเอียดว่าลอนแต่ละชนิดเหมาะกับงานแบบไหน อ่านต่อได้ที่บทความลอนกระดาษลูกฟูก

วัดจริงทำอย่างไรใน 3 สถานการณ์ที่เจอบ่อย

สถานการณ์แรก มีสินค้าอยู่ในมือ ยังไม่มีกล่อง วัดความกว้าง ยาว สูง ของสินค้าที่จุดที่กว้างที่สุดของแต่ละด้าน ถ้าบรรจุหลายชิ้นต่อกล่อง ให้จัดเรียงสินค้าเป็นรูปแบบที่จะบรรจุจริงก่อนแล้ววัดทั้งกลุ่ม จากนั้นบวกระยะเผื่อตามหัวข้อถัดไป ก็จะได้ขนาดวัดในสำหรับสั่งผลิต เช่น สินค้าจัดเรียงแล้ววัดได้ 35 x 25 x 20 เซนติเมตร เผื่อด้านละ 0.5 เซนติเมตร ขนาดวัดในที่แจ้งโรงงานคือ 36 x 26 x 21 เซนติเมตร

สถานการณ์ที่สอง มีกล่องเดิมที่ใช้งานได้ดี อยากสั่งซ้ำ วัดจากผนังด้านในของกล่องถึงผนังด้านในฝั่งตรงข้ามให้ครบสามด้าน เท่านี้ก็ได้ขนาดวัดในโดยไม่ต้องคลี่กล่อง ข้อควรระวังเพียงข้อเดียวคืออย่าวัดด้านนอกแล้วแจ้งเป็นวัดใน และควรเลือกวัดจากกล่องที่สภาพยังดี ไม่บวมหรือเสียรูปจากการใช้งาน

สถานการณ์ที่สาม ต้องรู้ขนาดนอกเพื่อวางแผนคลังหรือขนส่ง เอาขนาดวัดในบวกความหนาแผ่นตามชนิดลอนจากตารางข้างต้น เช่น กล่องลอน BC ขนาดวัดใน 60 x 40 x 40 เซนติเมตร จะมีขนาดนอกประมาณ 61.4 x 41.4 x 42.8 เซนติเมตร ตัวเลขชุดหลังนี้คือค่าที่ต้องใช้ตอบคำถามว่าหนึ่งพาเลทวางได้กี่ใบ หนึ่งชั้นวางเรียงได้กี่กล่อง และค่าขนส่งตามปริมาตรอยู่พิกัดไหน

ระยะเผื่อควรเป็นเท่าไหร่

ระยะเผื่อที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะสินค้าและการเดินทางของกล่องเป็นหลัก จึงตอบเป็นค่าเดียวตายตัวสำหรับทุกงานไม่ได้ สินค้าที่แข็งแรงรับน้ำหนักในตัวเองได้ เช่น กระป๋อง ขวด หรือสินค้าที่บรรจุเต็มแน่นเป็นระเบียบ เผื่อเพียงด้านละ 3 ถึง 5 มิลลิเมตรให้บรรจุและหยิบออกสะดวกก็เพียงพอ เพราะตัวสินค้าช่วยรับแรงร่วมกับกล่อง ส่วนสินค้าบอบบางที่ต้องห่อวัสดุกันกระแทก ให้เผื่อตามความหนาวัสดุจริงที่ใช้ โดยทั่วไปด้านละ 1 ถึง 2 เซนติเมตร

สิ่งที่ควรระวังคือการเผื่อมากเกินไปด้วยความรู้สึกว่ากันไว้ก่อน ช่องว่างที่เหลือในกล่องทำให้สินค้าเคลื่อนตัวระหว่างขนส่ง และทำให้ผนังกล่องต้องรับแรงกดตามลำพังโดยไม่มีสินค้าช่วยพยุง กล่องที่หลวมจึงยุบง่ายกว่ากล่องที่บรรจุพอดีเมื่อวางเรียงซ้อน ระยะเผื่อจึงควรตัดสินพร้อมกันกับภาพการใช้งานทั้งหมด ทั้งรูปแบบการเรียงซ้อน จำนวนชั้นที่ซ้อน และระยะเวลาที่กล่องต้องอยู่ในคลัง โดยขนาดและน้ำหนักสินค้าเป็นเพียงจุดตั้งต้นหนึ่งในหลายปัจจัยเหล่านี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนสั่งผลิต

  • วัดด้านนอกกล่องเดิมแล้วแจ้งเป็นขนาดวัดใน กล่องล็อตใหม่จะเล็กลงจากเดิมสองเท่าของความหนาแผ่นทันที ยิ่งเป็นกล่อง 5 ชั้นยิ่งต่างมากจนสินค้าใส่ไม่ลง
  • ส่งตัวเลขสามค่าโดยไม่ระบุว่าค่าไหนคือด้านไหน กล่อง 40 x 60 x 40 กับ 60 x 40 x 40 เป็นกล่องคนละใบ ทิศทางลอนและโครงสร้างต่างกันทั้งหมด
  • วัดสินค้าพอดีเป๊ะโดยไม่เผื่อเลย สินค้าจะฝืดจนบรรจุช้า หรือดันผนังกล่องจนโป่งตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงงาน
  • วัดจากกล่องเก่าที่บวมหรือเสียรูป กล่องที่ผ่านการใช้งานและความชื้นมาแล้วให้ตัวเลขที่คลาดเคลื่อนจากสเปกจริงของกล่องใบนั้น

สิ่งที่โรงงานต้องการจากผู้สั่งผลิตมีเพียงชุดตัวเลขเดียวที่ชัดเจน คือขนาดวัดในครบสามด้าน ระบุหน่วยและระบุว่าค่าไหนคือกว้าง ยาว สูง พร้อมข้อมูลประกอบว่าสินค้าคืออะไรและกล่องต้องเดินทางแบบไหน ที่เหลือทั้งการเผื่อความหนาลอน การคำนวณระยะพับ และการเลือกโครงสร้างกล่องให้เหมาะกับงาน เป็นหน้าที่ของโรงงานคำนวณให้ในขั้นออกแบบ ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่ากล่องแบบไหนเหมาะกับสินค้า ลองเริ่มจากบทความประเภทกล่องกระดาษลูกฟูก หรือดูรูปแบบทั้งหมดที่หน้ากล่องลูกฟูกสั่งผลิต เพราะกล่องที่พอดีทุกใบเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน คือตลับเมตรที่วัดถูกด้านตั้งแต่ครั้งแรก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการวัดขนาดกล่อง

สั่งผลิตกล่องต้องแจ้งขนาดเป็นวัดในหรือวัดนอก
แจ้งเป็นขนาดวัดในเสมอ เพราะเป็นค่าที่โรงงานใช้ออกแบบและคำนวณแบบกล่องโดยตรง หากปลายทางมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ เช่น ต้องวางลงช่องบนพาเลทหรือชั้นวางที่กำหนดขนาดไว้แล้ว ให้แจ้งขนาดวัดนอกที่ห้ามเกินกำกับมาด้วย โรงงานจะคำนวณย้อนกลับเป็นขนาดวัดในที่เหมาะสมให้

สินค้าทรงกลมหรือทรงไม่เป็นเหลี่ยม วัดขนาดอย่างไร
วัดจากจุดที่กว้างที่สุด ยาวที่สุด และสูงที่สุดของสินค้า เสมือนสินค้าถูกครอบด้วยกล่องสี่เหลี่ยมสมมติ แล้วบวกระยะเผื่อตามปกติ สินค้าทรงกระบอกอย่างกระปุกหรือขวด ให้ใช้เส้นผ่านศูนย์กลางที่จุดกว้างสุดเป็นทั้งค่ากว้างและค่ายาว

กล่องเดิมที่ประกอบแล้ว ต้องคลี่ออกวัดไหม
ไม่จำเป็น ถ้ากล่องยังสภาพดีให้วัดจากผนังด้านในถึงผนังด้านในได้เลย การคลี่กล่องออกวัดเหมาะกับกรณีกล่องบวมหรือเสียรูปจนวัดด้านในไม่แม่น โดยวัดระยะระหว่างกึ่งกลางรอยพับแต่ละเส้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่โรงงานใช้วัดบนแผ่นกระดาษก่อนขึ้นรูปตามแนวทาง FEFCO