ประวัติกระดาษลูกฟูก 5 จุดเปลี่ยนที่ยังกำหนดสเปกกล่องทุกวันนี้
สิทธิบัตรกระดาษลูกฟูกฉบับแรกจดในลอนดอนเมื่อปี 1856 โดยตั้งใจให้ใช้เป็นซับในหมวกทรงสูงของสุภาพบุรุษ ไม่ได้ตั้งใจให้ใส่ของเลยแม้แต่น้อย กว่าจะมีคนเอาไปห่อสินค้าจริงต้องรออีก 15 ปี และกว่าจะกลายเป็นกล่องที่หน้าตาเหมือนที่ใช้กันทุกวันนี้ต้องรออีกเกือบ 20 ปี
สิ่งที่ทำให้ประวัติช่วงนี้ยังน่าอ่านสำหรับคนทำงานจัดซื้อและออกแบบบรรจุภัณฑ์ คือหลักการที่ถูกค้นพบในแต่ละจุดเปลี่ยนยังเป็นตัวกำหนดสเปกที่เราคุยกันอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่จำนวนชั้น ความสูงของลอน ไปจนถึงเหตุผลที่กล่องถูกส่งมาแบบแบนแล้วค่อยพับหน้างาน
ไทม์ไลน์ 5 จุดเปลี่ยน
| ปี | เกิดอะไรขึ้น | สิ่งที่ยังอยู่มาถึงวันนี้ |
|---|---|---|
| 1856 | Healey และ Allen สองชาวอังกฤษ จดสิทธิบัตรกระดาษลูกฟูกฉบับแรก ใช้เป็นซับในหมวกทรงสูง | หลักการว่าลอนกระดาษกักอากาศไว้ระหว่างชั้นแล้วเกิดสภาพยืดหยุ่น |
| 1871 | Albert L. Jones จดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ ใช้ลูกฟูกหน้าเดียวห่อของเปราะบางอย่างขวดแก้ว | การใช้ลูกฟูกเป็นวัสดุกันกระแทกโดยตรง ซึ่งยังใช้ในงานแผ่นบุรอบในทุกวันนี้ |
| 1874 | Oliver Long ประกบแผ่นผิวเข้าอีกด้านของลอน ได้โครงสร้างสามชั้น | โครงสร้าง แผ่นผิว ลอนกลาง แผ่นผิว ที่ยังเป็นสเปกมาตรฐานของกล่องส่วนใหญ่ |
| 1890 | Robert Gair ค้นพบวิธีตัดและกรีดเส้นพับพร้อมกันจากอุบัติเหตุในโรงพิมพ์ | การผลิตกล่องเป็นแผ่นแบนแล้วพับที่ปลายทาง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค่าขนส่งกล่องเปล่าถูก |
| 1903 | ผู้ผลิตซีเรียลเริ่มใช้กล่องลูกฟูกเป็นรายแรก และลูกฟูกได้รับการยอมรับให้เป็นวัสดุขนส่งที่ใช้ได้ | การที่กระดาษแทนที่ลังไม้ในงานขนส่งทั่วไปจนถึงปัจจุบัน |
ลอนที่เกิดมาเพื่อหมวก
Healey กับ Allen ต้องการวัสดุที่ดันทรงหมวกให้อยู่ทรง ระบายอากาศได้ และไม่หนัก คำตอบที่ได้คือรีดกระดาษให้เป็นลอนคลื่น ผลพลอยได้ที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจตอนนั้นคือช่องอากาศระหว่างลอนทำหน้าที่ดูดซับแรงได้ดี
จุดนี้คือหลักการที่ยังใช้อธิบายเรื่องลอนได้จนถึงทุกวันนี้ ลอนที่สูงกว่ากักอากาศได้มากกว่าจึงกันกระแทกดีกว่า ส่วนลอนที่เตี้ยกว่าให้ผิวหน้าเรียบกว่าจึงพิมพ์งานละเอียดได้ดีกว่า รายละเอียดว่าลอนแต่ละชนิดต่างกันตรงไหนอ่านต่อได้ที่ ลอนกระดาษลูกฟูก E B C BE BC ต่างกันอย่างไร
จากซับในหมวกสู่วัสดุกันกระแทก
ปี 1871 Albert L. Jones ในนิวยอร์กจดสิทธิบัตรการใช้กระดาษลูกฟูกห่อขวดแก้วและโคมไฟ ตอนนั้นยังเป็นลูกฟูกหน้าเดียว คือมีแผ่นผิวด้านเดียวประกบลอน ม้วนเก็บได้และห่อของทรงกลมได้ดี
ข้อจำกัดคือรับน้ำหนักกดทับไม่ได้ กองซ้อนกันไม่ได้ ใช้ได้แค่ห่อของทีละชิ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกฟูกหน้าเดียวทุกวันนี้ยังถูกใช้ในงานแผ่นบุรอบในและงานห่อ ไม่ได้ใช้ทำตัวกล่อง
โครงสร้างสามชั้นที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ปี 1874 Oliver Long แก้ข้อจำกัดนั้นด้วยการเอาแผ่นผิวอีกแผ่นมาประกบอีกด้านของลอน ได้โครงสร้างที่แผ่นผิวสองด้านรับแรงดึงและแรงอัด ส่วนลอนตรงกลางทำหน้าที่ค้ำระยะห่างระหว่างแผ่นผิวไว้
ระยะห่างตรงนี้คือตัวแปรสำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เพราะความสามารถในการรับแรงกดแนวตั้งเพิ่มขึ้นตามระยะห่างระหว่างแผ่นผิวมากกว่าตามความหนาของเนื้อกระดาษ นี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนจากลอน C เป็น BC มักได้ผลกว่าการเพิ่มแกรมกระดาษในโครงสร้างเดิม ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้ไล่หาสาเหตุเวลา กล่องยุบและสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง
อุบัติเหตุในโรงพิมพ์ที่ทำให้กล่องส่งแบบแบนได้
ปี 1890 Robert Gair เจ้าของโรงพิมพ์ในบรูคลินกำลังผลิตถุงใส่เมล็ดพันธุ์ แล้วไม้บรรทัดเหล็กในแท่นพิมพ์เลื่อนตำแหน่งจนตัดกระดาษขาดแทนที่จะกดเป็นรอยพับ
แทนที่จะทิ้งงานเสีย Gair มองออกว่าถ้าตั้งใบมีดกับสันกรีดให้ความสูงต่างกันในแท่นเดียว ก็ตัดและกรีดเส้นพับได้พร้อมกันในจังหวะเดียว ผลคือผลิตแผ่นกล่องได้ครั้งละมาก ๆ ส่งไปแบบแบน แล้วให้ปลายทางพับขึ้นรูปเอง
Gair ทำวิธีนี้กับกระดาษแข็งก่อน ส่วนการนำมาใช้กับกระดาษลูกฟูกตามมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อวัสดุพร้อมและมีปริมาณมากพอ
หลักการนี้ยังเป็นหัวใจของการผลิตกล่องทุกวันนี้ ทั้งกล่องสล็อตที่ตัดร่องด้วยเครื่องและกล่องไดคัทที่ตัดด้วยแม่พิมพ์ ต่างก็ออกจากไลน์มาเป็นแผ่นแบนทั้งคู่ ดูภาพรวมว่ากล่องแต่ละกลุ่มขึ้นรูปต่างกันอย่างไรได้ที่ ประเภทกล่องกระดาษลูกฟูกสั่งผลิต
ทำไมกระดาษถึงแทนที่ลังไม้
ต้นศตวรรษที่ 20 ลังไม้ยังครองงานขนส่งอยู่ การเปลี่ยนผ่านมาที่กระดาษเกิดจากสี่เรื่องที่วัดเป็นตัวเงินได้ตรง ๆ
- น้ำหนักเบากว่ามาก ค่าระวางขนส่งจึงลดลงทั้งระบบ
- ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เพราะไม่ต้องเลื่อยและประกอบทีละใบ
- พับแบนเก็บได้ กล่องเปล่าจึงไม่กินพื้นที่คลังเท่าลังไม้เปล่า
- ผิวเรียบกว่า พิมพ์โลโก้และข้อมูลสินค้าได้ กล่องจึงทำหน้าที่สื่อสารไปด้วย
ปี 1903 ผู้ผลิตซีเรียลเริ่มใช้กล่องลูกฟูกเป็นรายแรก และเป็นปีที่ลูกฟูกได้รับการยอมรับให้เป็นวัสดุขนส่งที่ใช้ได้ ซึ่งเป็นจุดที่กระดาษเริ่มเข้ามาแทนไม้ในงานขนส่งทั่วไป ทุกวันนี้ไม้ยังมีที่ทางของตัวเองในงานหนักพิเศษและงานที่ต้องใช้ซ้ำหลายรอบ ส่วนงานที่เน้นน้ำหนักเบาและวางซ้อนบนพาเลทเป็นพื้นที่ของกระดาษ เทียบกันชัด ๆ ได้ที่ พาเลทกระดาษลูกฟูก รับน้ำหนักได้เท่าไหร่
สิ่งที่เปลี่ยนไปในรอบ 20 ปีหลัง
การเปลี่ยนแปลงช่วงหลังไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างกระดาษ เพราะสามชั้นกับห้าชั้นยังเป็นสเปกเดิม แต่อยู่ที่สิ่งที่เพิ่มเข้ามารอบ ๆ
การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนกล่องทำให้กล่องเชื่อมกับระบบติดตามสินค้าได้ การออกแบบให้ฉีกตามรอยปรุแล้ววางโชว์บนชั้นได้ทันทีทำให้กล่องขนส่งทำหน้าที่จัดแสดงไปด้วย และการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของเยื่อกระดาษกลายเป็นเงื่อนไขในการจัดซื้อขององค์กรใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เมื่อ 20 ปีก่อนแทบไม่มีใครถาม
หลักการที่ค้นพบเมื่อ 150 ปีก่อนยังกำหนดว่ากล่องใบหนึ่งควรใช้กี่ชั้นและลอนอะไร ส่วนที่เหลือคือการจับคู่ให้ตรงกับน้ำหนักสินค้าและวิธีวางจริง รูปแบบกล่องทั้งหมดที่ผลิตได้ดูที่หน้า กล่องกระดาษลูกฟูกสั่งผลิต
คำถามที่พบบ่อย
กระดาษลูกฟูกถูกคิดค้นเมื่อไหร่
สิทธิบัตรฉบับแรกจดที่อังกฤษปี 1856 โดย Healey และ Allen ตอนนั้นใช้เป็นซับในหมวก ส่วนการใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เริ่มปี 1871 โดย Albert L. Jones ในสหรัฐฯ ซึ่งใช้ห่อของเปราะบางอย่างขวดแก้ว
กล่องกระดาษลูกฟูกใบแรกเกิดขึ้นเมื่อไหร่
โครงสร้างสามชั้นที่ใช้ทำกล่องได้เกิดปี 1874 จาก Oliver Long ส่วนวิธีผลิตกล่องพับได้แบบที่ใช้จนถึงทุกวันนี้มาจาก Robert Gair ปี 1890
ทำไมกล่องถึงส่งมาแบบแบนแล้วให้พับเอง
เพราะกล่องถูกผลิตเป็นแผ่นแบนตั้งแต่ต้น การส่งแบบแบนจึงประหยัดทั้งค่าขนส่งและพื้นที่จัดเก็บ กล่องเปล่าที่พับแล้วใช้พื้นที่น้อยกว่ากล่องที่ขึ้นรูปแล้วหลายเท่า
โครงสร้างกระดาษลูกฟูกเปลี่ยนไปมากไหมตั้งแต่ปี 1874
หลักการไม่เปลี่ยน ยังเป็นแผ่นผิวประกบลอนเหมือนเดิม สิ่งที่พัฒนาคือคุณภาพเยื่อกระดาษ ความแม่นยำของเครื่องจักร และการเลือกเกรดกับลอนให้ตรงกับงาน ดูตารางเทียบเกรดได้ที่ เกรดกระดาษลูกฟูกมีอะไรบ้าง