แผ่นกระดาษลูกฟูก: วัตถุดิบคุณภาพ เพื่อการผลิตที่เหนือกว่า
แผ่นกระดาษลูกฟูกคือหัวใจของความแข็งแกร่งและเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในกระบวนการผลิต ที่ ออโต้ บ็อกซ์ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่เราคือ "พันธมิตรทางธุรกิจ" ที่พร้อมส่งมอบแผ่นกระดาษลูกฟูกคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าสองกลุ่มหลักของเรา
กลุ่มที่ 1: สำหรับโรงงานผลิตกล่อง
เราเข้าใจว่าคุณภาพของแผ่นกระดาษลูกฟูกคือหัวใจสำคัญในการผลิตกล่อง และการจัดส่งที่ตรงต่อเวลาคือปัจจัยแห่งความสำเร็จในธุรกิจของคุณ ออโต้ บ็อกซ์ จึงเป็นซัพพลายเออร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงงานผลิตกล่องชั้นนำทั่วประเทศ ด้วยจุดขายที่เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบ:
- จัดส่งรวดเร็วและตรงเวลา: เราเข้าใจว่าเวลาคือสิ่งสำคัญ ทีมงานของเราตอบกลับและยืนยันกำหนดการจัดส่งอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไลน์การผลิตของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด สต็อกกระดาษครบครัน
- พร้อมตอบโจทย์: เรามีกระดาษให้เลือกหลากหลายเกรดและแกรม พร้อมให้บริการและตอบสนองทุกความต้องการในการผลิตของคุณได้อย่างรวดเร็ว
- คุณภาพสม่ำเสมอทุกแผ่น: ด้วยกระบวนการผลิตที่ใส่ใจและตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดตามมาตรฐาน ISO คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับแผ่นลูกฟูกที่มีคุณภาพสม่ำเสมอเพื่อการผลิตที่ราบรื่นและได้มาตรฐาน
กลุ่มที่ 2: สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและการขนส่ง
สำหรับผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อในโรงงานอุตสาหกรรม แผ่นกระดาษลูกฟูกเป็นมากกว่าวัตถุดิบสำหรับทำกล่อง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ปกป้องสินค้า และลดต้นทุนในสายการผลิตและระบบโลจิสติกส์ของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ ลองดูไอเดียการประยุกต์ใช้แผ่นลูกฟูกในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต:
- แผ่นรองและปิดบนพาเลท (Pallet Liners & Top Sheets): ใช้รองก่อนจัดเรียงสินค้าและปิดทับชั้นบนสุด ช่วยป้องกันความชื้น สิ่งสกปรก และฝุ่นละออง เพิ่มความสะอาดและลดความเสียหาย
- แผ่นคั่นชั้นสินค้า (Layer Pads / Tier Sheets): ใช้คั่นระหว่างชั้นของสินค้าที่ซ้อนกัน ช่วยกระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความมั่นคงในการจัดเรียง และป้องกันการเสียดสี
- แผ่นกั้นภายในกล่อง (Dividers / Partitions): ประกอบเป็นช่องสำหรับแยกสินค้าที่บอบบาง เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรืออะไหล่ยานยนต์ เพื่อป้องกันสินค้ากระทบกันโดยตรงและลดอัตราการแตกหัก
- แผ่นกันกระแทกและห่อหุ้ม (Cushioning & Wrapping): ใช้เพื่อเติมช่องว่างในกล่อง หรือห่อหุ้มสินค้าที่มีรูปทรงไม่แน่นอน มีคุณสมบัติดูดซับแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม ทั้งยังมีน้ำหนักเบาและประหยัดกว่าวัสดุอื่น
- สลิปชีท (Slip Sheets): นวัตกรรมทดแทนพาเลทที่ผลิตจากกระดาษลูกฟูกความหนาแน่นสูง มีน้ำหนักเบากว่าพาเลทไม้ ไม่ต้องรมยาฆ่าเชื้อโรค และสามารถรีไซเคิลได้ 100%
1. ประเภทของแผ่นกระดาษลูกฟูก: เลือก 'ลอน' ให้ถูกกับการใช้งาน
"ลอน" คือกระดาษแผ่นกลางที่มีลักษณะเป็นคลื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กระดาษลูกฟูกมีความแข็งแรงและสามารถรับแรงกระแทกได้ การเลือกลอนที่ถูกต้องจะช่วยปกป้องสินค้าของคุณได้ดีที่สุด เราแบ่งประเภทลอนกระดาษเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้ถูกต้องครับ
กลุ่มที่ 1: แผ่นกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น (Single Wall) คือแผ่นกระดาษลูกฟูกที่มีลอน 1 ชั้น (ประกบด้วยกระดาษ 2 แผ่น) เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป, บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้รับแรงกดทับมาก, หรือกล่องที่ต้องการความสวยงามในการพิมพ์
- ลอน E (≈ 1 มม.): เป็นลอนที่เล็กและบางที่สุด มีความถี่ลอนสูง ทำให้ผิวหน้ากระดาษค่อนข้างเรียบ จึงเหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความคมชัด สวยงาม หรือใช้ทำกล่องขนาดเล็กที่เน้นความสวยงาม (เช่น กล่องเครื่องสำอาง, กล่องสินค้าอุปโภคบริโภค)
- ลอน B (≈ 3 มม.): เป็นลอนอเนกประสงค์ที่สมดุลและนิยมใช้มากที่สุด ให้คุณสมบัติในการรับแรงกระแทก (Cushioning) ที่ดี และยังทนทานต่อแรงทิ่มทะลุได้ดี จึงเหมาะสำหรับกล่องขนส่งทั่วไป, ไส้ในกล่อง (Partitions) หรือกล่องไดคัทที่ต้องการความแข็งแรง
- ลอน C (≈ 4 มม.): เป็นลอนที่มีขนาดใหญ่กว่าลอน B ทำให้มีช่องว่างอากาศมากกว่า จึงโดดเด่นเรื่องการรับแรงกดทับแนวตั้ง (Stacking Strength) หรือการเรียงซ้อนกันได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับกล่องที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ, กล่องขนาดใหญ่ หรือกล่องที่ต้องวางซ้อนกันสูงๆ
กลุ่มที่ 2: แผ่นกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall) คือแผ่นกระดาษลูกฟูกที่มีลอน 2 ชั้น สลับกัน (ประกบด้วยกระดาษ 3 แผ่น) ทำให้มีความแข็งแรงสูงมาก เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก, สินค้ามีน้ำหนักมาก, กล่องส่งออก, และการปกป้องสินค้าสูงสุด
- ลอน BE (≈ 4 มม.): เป็นการรวมจุดเด่นของลอน B (รับแรงกระแทก) และ ลอน E (ผิวเรียบ) เข้าด้วยกัน ทำให้ได้กล่องที่ทั้งแข็งแรง, ปกป้องสินค้าได้ดี และยังสามารถพิมพ์งานกราฟิกสวยๆ ได้ เหมาะกับกล่อง E-commerce หรือกล่องที่ต้องการโชว์แบรนด์
- ลอน BC (≈ 7 มม.): เป็นลอน 5 ชั้นที่แข็งแกร่งสูงสุดและนิยมใช้ที่สุด เป็นการรวมคุณสมบัติเด่นของลอน B (ทนแรงกระแทก/แรงทะลุ) และลอน C (ทนแรงกดทับ/การเรียงซ้อน) จึงเหมาะสำหรับงานหนักที่สุด เช่น กล่องส่งออก, กล่องใส่ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม, หรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
ข้อควรรู้: การเลือกลอนกระดาษส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการป้องกันสินค้าและความคุ้มค่า ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อหาลอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจคุณเสมอครับ
2. เกรดและแกรมกระดาษ: เลือกให้ใช่ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การเลือกเกรดและแกรมกระดาษที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องสินค้า, ควบคุมต้นทุน, และเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกรดกระดาษคือประเภทที่บ่งบอกคุณสมบัติและสีของกระดาษ ในขณะที่แกรมคือหน่วยวัดน้ำหนักของกระดาษ (กรัมต่อตารางเมตร) ซึ่งบ่งบอกถึงความหนาแน่นและความแข็งแรงของกระดาษครับ
เกรดกระดาษ (Paper Grade):
- KA (สีเหลืองทอง): กระดาษมีสีเหลืองทอง มีคุณสมบัติแข็งแกร่งและทนทาน สามารถรองรับแรงกระแทกเสียดสี การเรียงซ้อน และทนความชื้นได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น กล่องส่งออก
- KK (สีน้ำตาลเข้ม): กระดาษมีสีน้ำตาลเข้ม มีคุณสมบัติแข็งแกร่งและทนทาน สามารถรองรับการกระแทกและการเรียงซ้อนได้ดี เป็นมาตรฐานสำหรับงานหนักและกล่องขนส่งในประเทศ
- KH (สีน้ำตาลนวล): กระดาษมีสี Earth Brown มีคุณสมบัติแข็งแกร่ง ทนทาน และ ทนความชื้นได้ดีเยี่ยม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่ต้องสัมผัสความชื้นสูง เช่น กล่องผักผลไม้สดหรืออาหารแช่แข็ง
- KI (สีน้ำตาลอ่อน): กระดาษมีสีน้ำตาลอ่อน เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ทั่วๆ ไป พิมพ์งานได้สวยดี และให้ความรู้สึกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีส่วนผสมของเยื่อรีไซเคิล
- WS (สีขาว): กระดาษมีสีขาว ทำให้งานพิมพ์มีความสวยงามคมชัด เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เน้นภาพลักษณ์ของสินค้าเป็นพิเศษ
แกรมกระดาษ (Grammage): "แกรม" คือหน่วยวัดน้ำหนักมาตรฐานของกระดาษ (กรัมต่อตารางเมตร) ซึ่งบ่งบอกถึงความหนาแน่นของเนื้อกระดาษ โดยทั่วไปยิ่งแกรมสูง กล่องจะยิ่งมีความสามารถในการรับน้ำหนัก, ทนต่อแรงกดทับ, และทนการเจาะทะลุได้ดีขึ้น
ข้อควรรู้: ความแข็งแกร่งโดยรวมของกล่องไม่ได้ขึ้นอยู่กับแกรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ เกรดกระดาษ + แกรม + ชนิดของลอน ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อหาจุดที่สมดุลและคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณเสมอ แกรมกระดาษที่เรามีให้เลือก:
- KA: 125, 150, 185, 230
- KK: 125, 150, 185
- KH: 150, 175, 200, 250
- KI: 125, 150, 185
- WS: 140, 170